บริษัท จีเอ็ม เฮลท์ จำกัด 914 อาคารจีเอ็ม กรุ๊ป ชั้นที่ 4 ถนนพระราม 5 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
TELEPHONE NO. 084-413-3559
Close
บริษัท จีเอ็ม เฮลท์ จำกัด 914 อาคารจีเอ็ม กรุ๊ป ชั้นที่ 4 ถนนพระราม 5 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
084-413-3559 mommyjuicythailand@gmail.com
มาชวนลูกเขียนกันนะ

✔️ ลำดับขั้นของการพัฒนาการด้านภาษาของลูก คือ ฟัง พูด อ่าน เขียน ลองนึกไปพร้อมๆ กันดูนะคะ นักวิชาการบอกว่าเด็กเล็กๆ ก่อนจะพูดได้ ต้องเกิดจากการได้ยินเสียง และมองปาก (แต่การได้ยินสำคัญกว่าการมองเห็นการขยับปาก) จากนั้นจึงจะสามารถเปล่งเป็นคำพูดออกมา เมื่อโตขึ้นมาเข้าระบบการเรียนรู้ ก็จะอ่านได้ก่อนการเขียน เพราะการเขียนต้องอาศัยทักษะหลายอย่างร่วมกัน รวมถึงความพร้อมด้านกล้ามเนื้อมือ

✔️ แน่นอนว่าเมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรงพอที่จะจับดินสอเขียนเร่ิมแรกก็ต้องเป็นวงกว้างๆ จากนั้นก็จะเร่ิมบังคับมือตัวเองได้มากขึ้น เมื่อใช้ทุกวันก็จะเกิดความคล่องแคล่วในที่สุด ในช่วงวัยอนุบาลจึงมีกิจกรรมที่เกี่ยวกับสีให้เด็กๆ เล่นเยอะมาก นั่นก็เพราะต้องการให้เด็กๆ สนุกกับการใช้กล้ามเนื้อมือ เมื่อสนุกอะไรๆ ก็ทำได้ดี และเต็มใจทำ ต่างจากเด็กที่ถูกบังคับให้คัดลายมือตั้งแต่เด็ก ซึ่งอาจทำให้เกิดความเบื่อหน่าย และไม่อยากเขียน การเรียนรู้เรื่องต่างๆ ก็พลอยน่าเบื่อไปด้วย

ฉบับนี้ก็เลยอยากมาชวนคุณพ่อคุณแม่มาฝึกทักษะที่สำคัญและยาก (สำหรับหนูๆ) ให้เป็นเรื่องสนุกกันค่ะ นอกจากการวาดรูป ระบายสีแล้ว เราก็ต้องมีกรอบการเขียนให้ลูกบ้าง เพราะการวางกรอบเป็นส่วนหนึ่งของการรู้จักเคารพกติกา เช่น มีรูปช้างตัวใหญ่ๆ กำหนดว่าห้ามระบายสีเกินตัวช้างนะ เป็นต้น (ขอให้ดูตามวัยและความสามารถเป็นหลัก) แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ผิดกติกา ให้กำลังใจ ครั้งหน้าลองใหม่ แล้วก็เขยิบความยาก

✔️ สำหรับเด็กที่โตขึ้นมาหน่อย หาสมุดโน๊ตแบบไม่มีเส้น หรือจะเย็บกระดาษโน๊ตเอง เอาขนาดที่ชอบ เป็นสมุดประจำตัวลูก เวลาทำกิจกรรมอะไร หรือไปเที่ยวไหนสอนวิธีจดบันทึก ใช้การวาดรูป แปะรูป ทำสัญลักษณ์ เขียนโน๊ตย่อ เรียกว่าเป็นไดอารี่ แต่ที่สำคัญเวลาเริ่ม พ่อแม่ทำด้วยกันกับลูก ลูกจะเห็นความสำคัญ ความสนุก รู้จักสังเกต แรกๆ ผู้ใหญ่เองอาจจะรู้สึกว่ายุ่งยาก แต่ถ้าลองทำดูบ่อยๆ เมื่อลูกโตขึ้นอีกนิดเขาก็จะทำเองได้ และเร่ิมเขียนเอง ถึงตอนนั้นจะรู้เลยว่า เวลาที่ได้เสียไปกับลูกนั้นมีค่ามากๆ

✔️ ส่ิงสำคัญที่พ่อแม่ต้องตระหนักอีกเรื่องคือ เปิดกว้าง รับฟัง และยอมรับความคิดเห็นความรู้สึกของลูก ต่องานเขียนนั้นๆ จะทำให้เรารู้ว่าลูกรู้สึกหรือนึกคิดอย่างไร พ่อแม่เองก็ได้ประโยชน์มหาศาลจากเรื่องนี้ เพราะเราจะกลายเป็นไกด์นำทางที่เจ๋งที่สุดสำหรับลูก สามารถให้คำแนะนำลูกได้ อะไรไม่ดีเราก็มีเหตุผล (สำคัญอย่าเอาแต่เหตุผลของตัวเองต้องฟังของลูกด้วย) แต่ถ้าเราคอยขัด หรือไม่เห็นด้วยกับลูกซะส่วนใหญ่ ลูกก็จะไม่อยากเขียน ไม่อยากสานต่อ แล้วก็ไม่อยากบอกอะไรกับพ่อแม่

✔️ เด็กที่เขียนได้ ไม่ได้หมายความว่าเป็นเด็กที่คิดเป็น เด็กที่เขียนความคิดของตัวเองออกมาได้นั้น เป็นเด็กที่ทั้งเขียนได้ คิดเป็น เราอยากให้ลูกเราแค่เขียนได้ (แต่ไม่รู้เรื่อง) หรือทั้งเขียน ทั้งคิด ก็ต้องมาดูว่า พ่อแม่อย่างเราเร่ิมให้ลูกแล้วหรือยัง

Stay in Touch with Updates